โซลูชันสำหรับศูนย์บริการลูกค้า "FastSeries"

การช่วยเหลือตนเอง (Self-service) คืออะไร อธิบายความสำคัญของศูนย์บริการลูกค้าและวิธีการปรับปรุงให้ดีขึ้น

แชร์บทความนี้

แชร์ทางอีเมล
คัดลอก URL
แชร์ผ่าน LINE
แชร์บน Facebook
แชร์บน X
การช่วยเหลือตนเอง (Self-service) คืออะไร อธิบายความสำคัญของศูนย์บริการลูกค้าและวิธีการปรับปรุงให้ดีขึ้น

เพื่อที่จะลดภาระงานของศูนย์บริการลูกค้า สิ่งสำคัญคือต้องเพิ่มอัตราการแก้ไขปัญหาด้วยตนเองของลูกค้า การเพิ่มอัตราการแก้ไขปัญหาด้วยตนเองจะช่วยลดปริมาณคำถามที่เข้ามายังศูนย์บริการลูกค้า ลดภาระงานของเจ้าหน้าที่บริการลูกค้า และเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้าเมื่อพวกเขาสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างราบรื่น

ในบทความนี้ เราจะแนะนำ ความสำคัญของศูนย์บริการลูกค้าในการทำงานเพื่อปรับปรุงอัตราการแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง วิธิการเฉพาะ และตัวอย่างความสำเร็จในการปรับปรุงโดยใช้ระบบต่างๆ

การแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง หมายถึง ลูกค้าสืบค้นและค้นหาวิธีการแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง

การช่วยเหลือตนเองในเชิงศูนย์บริการลูกค้า/การสนับสนุนลูกค้า หมายถึง ลูกค้าเองเป็นผู้สืบค้นและค้นหาวิธีแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับฟังก์ชัน การใช้งานของผลิตภัณฑ์และบริการ คำถามระหว่างการใช้งาน และปัญหาต่างๆ

แม้ว่าจะมีแนวโน้มการแก้ปัญหาด้วยตนเองอาจขึ้นอยู่กับแต่ละเจนเนอเรชัน แต่โดยทั่วไปเมื่อลูกค้าประสบปัญหาหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือบริการ ลูกค้ามักจะพยายามแก้ไขปัญหาด้วยตนเองโดยการดูข้อมูลหน้าคำถามที่พบบ่อย (FAQ) บนเว็บไซต์ หรือถามคำถามกับแชทบอท แต่ในหลายกรณีพบว่า หากคำถามที่พบบ่อย (FAQ) ค้นหาได้ยาก และไม่ได้คำตอบในสิ่งที่ต้องการทราบ หรือหากแชทบอทไม่ให้ข้อมูลที่คาดหวัง ลูกค้าจะติดต่อสอบถามที่ศูนย์บริการลูกค้าเป็นลำดับแรก

ดังนั้น หากคุณสามารถเพิ่มอัตราการแก้ไขปัญหาด้วยตนเองได้ ก็คุณจะลดความถี่ที่ลูกค้าติดต่อเข้าศูนย์บริการลูกค้าของคุณ

ประโยชน์ของการเพิ่มการอัตราการแก้ปัญหาด้วยตนเอง (Self-resolution rate)

การเพิ่มอัตราการแก้ไขปัญหาด้วยตนเองมีประโยชน์หลัก 2 ประการ ดังนี้

เพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า

หนึ่งในประโยชน์ของการเพิ่มอัตราการแก้ไขปัญหาด้วยตนเองคือการเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า ดังที่กล่าวไว้ข้างต้น ลูกค้าส่วนใหญ่ที่ติดต่อศูนย์บริการลูกค้า (Contact center) มักจะพยายามแก้ไขปัญหาล่วงหน้า เมื่อคุณต้องการคำตอบที่ถูกต้องโดยเร็วที่สุด หรือเมื่อคุณรู้สึกว่าคำถามนั้นค่อนข้างง่าย หลายคนคิดว่าพวกเขาสามารถได้รับคำตอบเร็วกว่าการโทรศัพท์ที่พวกเขาอาจต้องรอ

ในขณะที่ติดต่อศูนย์บริการลูกค้า มีความเป็นไปได้ที่หลายคนจะรู้สึกหงุดหงิดและโกรธที่ความต้องการของพวกเขาไม่ได้รับการตอบสนองอย่างราบรื่น หากลูกค้าของคุณไม่ได้รับคำตอบที่น่าพอใจจากศูนย์บริการลูกค้า ลูกค้าจะรู้สึกเครียดมากขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่การเสื่อมเสียภาพลักษณ์ของบริษัทและความพึงพอใจที่ลดลง

หากอัตราการแก้ไขปัญหาด้วยตนเองดีขึ้น ลูกค้าจะรู้สึกสะดวกสบายมากขึ้นในการใช้ผลิตภัณฑ์และบริการของคุณ ต่างจากการใช้บริการจากศูนย์บริการลูกค้าที่มีการจำกัดเวลาทำการ หากคุณมีช่องทางหรือวิธีการแก้ไขปัญหาด้วยตนเองให้กับลูกค้า คุณสามารถให้การสนับสนุนลูกค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน ซึ่งช่วยเพิ่มความพึงพอใจได้

การลดภาระงานของศูนย์บริการลูกค้า

หนึ่งในข้อดีของการเพิ่มอัตราการแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง คือ การลดภาระงานของเจ้าหน้าที่ที่ทำงานในศูนย์บริการลูกค้า หากลูกค้าไม่มีช่องทางในการแก้ไขปัญหาด้วยตัวเองจำนวนคำถามที่ส่งเข้ามาจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ศูนย์บริการลูกค้าซึ่งมีบุคลากรจำกัดต้องเผชิญกับปริมาณงานที่ล้นหลาม

สำหรับศูนย์บริการลูกค้าที่ประสบปัญหาขาดแคลนบุคลากรเป็นประจำ การเพิ่มขึ้นของปริมาณงานจะส่งผลให้คุณภาพการให้บริการลดลง เนื่องจากเจ้าหน้าที่ต้องเร่งแก้ไขปัญหา ทำให้ไม่มีเวลาเพียงพอในการพัฒนาทักษะ หรือฝึกอบรมพนักงานใหม่

เมื่อเพิ่มอัตราการแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง จำนวนคำถามที่เข้ามาจะลดลง ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถให้ความสนใจกับแต่ละคำถามได้อย่างละเอียดมากขึ้น ส่งผลให้คุณภาพของการบริการดีขึ้นตามไปด้วย

สิ่งสำคัญในการเพิ่มอัตราการแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง

การเพิ่มอัตราการแก้ไขปัญหาด้วยตนเองนั้นมีประโยชน์มากมาย แต่ทำอย่างไรจึงจะเพิ่มอัตราการแก้ปัญหาได้ ต่อไปนี้จะอธิบายถึง 4 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณเพิ่มอัตราการแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง

สร้างและปรับปรุงคำถามที่พบบ่อย (FAQs)

กุญแจสำคัญในการเพิ่มอัตราการแก้ไขปัญหาด้วยตนเองคือ “การสร้างหน้า FAQ บนเว็บไซต์ของผลิตภัณฑ์หรือบริการ” และ “หากคุณมีหน้า FAQ อยู่แล้ว ให้ตรวจสอบและปรับปรุงเนื้อหาให้ดียิ่งขึ้น” FAQ คือ คำถามที่พบบ่อยและคำตอบสำหรับคำถามเหล่านั้น หาก FAQ อุดมสมบูรณ์และคำตอบมีความสำคัญ คุณสามารถแก้ปัญหาได้ง่ายๆ เพียงแค่ค้นหาคำถามที่ใกล้เคียงกับคำถามของคุณและคำตอบ ดังนั้น การแก้ไขปัญหาด้วยตนเองจึงราบรื่น

อย่างไรก็ตาม หากการเข้าถึงหน้า FAQ มีความยุ่งยากหรือคำตอบที่ค้นหาพบไม่ชัดเจน การมีอยู่ของ FAQ แบบนี้จะเป็นผลเสียมากกว่าผลดี

เมื่อสร้าง FAQ ให้พิจารณาการ “เขียนประเด็นหลักอย่างย่อ” “ตั้งค่าเส้นทางไปยังหน้า FAQ ในตำแหน่งที่มองเห็นได้ง่ายบนเว็บไซต์” และ “แบ่งคำตอบออกเป็นหมวดหมู่” เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็น

นำระบบ Chatbot มาใช้

การนำระบบ Chatbot มาใช้เป็นกุญแจสำคัญในการปรับปรุงอัตราการแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง โดย Chatbot เป็นระบบดิจิทัลที่ช่วยให้คุณสามารถสนทนาสั้น ๆ ได้แบบเรียลไทม์ จากการเตรียมสร้างคำถามและคำตอบที่คาดหวังจากผู้ใช้งานไว้ล่วงหน้า คุณสามารถส่งคำตอบที่เหมาะสมกลับไปยังคำถามที่ผู้ใช้พิมพ์มาสอบถามได้โดยอัตโนมัติ

หากคำถามของได้ถูกลงทะเบียนไว้กับ Chatbot เรียบร้อยแล้วลูกค้าก็จะสามารถแก้ไขปัญหาได้โดยการโต้ตอบระหว่างลูกค้ากับ Chatbot ก็เพียงพอ และไม่จำเป็นต้องให้เจ้าหน้าที่ศูนย์บริการลูกค้าเข้ามาตอบกลับ หากให้ผู้สอบถามเชื่อมต่อกับเจ้าหน้าที่เฉพาะคำถามที่ไม่ได้ลงทะเบียนไว้กับระบบ Chatbot หรือคำถามที่ซับซ้อนเท่านั้น คุณจะสามารถลดจำนวนการตอบกลับต่อหนึ่งเจ้าหน้าที่ได้โดยไม่กระทบต่อความพึงพอใจของลูกค้า

หลังจากนำ Chatbot มาใช้งานแล้ว ความถูกต้องของคำตอบจะได้รับการปรับปรุงโดยการเพิ่มหรือแก้ไขเนื้อหาของ FAQ ตามการโต้ตอบจริงกับลูกค้า

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Chatbot ที่นี่

Chatbot คืออะไร?

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการสร้าง Chatbot โปรดคลิกที่นี่เพื่อแนะนำวิธีการทำงาน ประโยชน์ และตัวอย่างของการแก้ปัญหา

วิธีการสร้างแชทบอท (Chatbot) การเตรียมการและสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ

รวมเนื้อหาของคำตอบสำหรับคำถามและ FAQ

การรักษาความสอดคล้องของคำตอบในทุกช่องทางที่มีการติดต่อโดยตรงกับลูกค้าก็เป็นกุญแจสำคัญในการเพิ่มอัตราการแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง ช่องทางที่ทำหน้าที่เป็นจุดติดต่อกับลูกค้า ได้แก่ โทรศัพท์ อีเมล และ Chatbot แต่หากมีคำตอบที่ไม่ตรงกัน เช่น “คำตอบใน FAQ แตกต่างจากคำตอบทางโทรศัพท์” หรือ “คำแนะนำใน Chatbot ไม่สอดคล้องกับคำแนะนำในอีเมล” ความน่าเชื่อถือของบริษัทจะลดลง

นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงที่จะนำไปสู่การเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ดังนั้นโปรดรวมประวัติการสอบถามที่ผ่านมา ความรู้ ข้อมูล และความเชี่ยวชาญที่สะสมไว้ภายในบริษัท และรวมคำตอบให้เป็นหนึ่งเดียว

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการแบ่งปันความรู้

ปรับปรุงการนำทางเว็บไซต์ของคุณ

การปรับปรุง FAQ บนเว็บไซต์และเส้นทางไปยังแชทบอทให้ง่ายต่อการเข้าใจเพื่อให้ลูกค้าสามารถค้นหาข้อมูลที่ต้องการได้อย่างรวดเร็วเป็นกุญแจสำคัญในการเพิ่มอัตราการแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง แม้ว่าคุณจะใส่กลไกสำหรับการแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง แต่ก็ไม่มีความหมายหากลูกค้าไม่สามารถหากลไกนั้นเจอได้ โดยการวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของลูกค้าบนเว็บไซต์ของคุณและปรับการนำทาง คุณสามารถปรับปรุงประสบการณ์ของลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ การนำ Visual IVR มาใช้ยังมีประสิทธิภาพในการปรับปรุงการนำทางอีกด้วย Visual IVR เป็นระบบที่แสดงรายการช่องทางการติดต่อหลายช่องทาง เช่น โทรศัพท์ แชท แชทบอท และวอยซ์บอท (Voice bot) และนำทางลูกค้าไปยังจุดติดต่อที่เหมาะสมตามวัตถุประสงค์และสถานะของการโทรเข้า จะช่วยกระตุ้นการช่วยเหลือตนเองและช่วยปรับปรุงความพึงพอใจของลูกค้า

ตัวอย่างการนำระบบ FAQ และระบบ Chatbot มาใช้เพื่อเพิ่มอัตราการแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง

TechMatrix ซึ่งให้บริการโซลูชัน CX ยังให้บริการระบบสร้างคำถามที่พบบ่อย (FAQ) และระบบสร้าง Chatbot เพื่อเพิ่มอัตราการแก้ไขปัญหาด้วยตนเองและลดภาระงานของศูนย์บริการลูกค้า นี่คือสองตัวอย่างของบริษัทที่นำระบบ FAQ และ Chatbot มาใช้ในศูนย์บริการลูกค้าบริษัท


กรณีศึกษาบริษัทผู้ให้บริการหลักสูตรการเรียนทางไกลและขายสินค้าทางไปรษณีย์


บริษัทซึ่งดำเนินธุรกิจหลักด้านหลักสูตรการเรียนทางไกลและการขายสินค้าทางไปรษณีย์ ได้ดำเนินการศูนย์บริการลูกค้าเพื่อเป็นจุดติดต่อสำหรับตอบคำถามทั่วไปเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการ

ในบรรดาปัญหาเหล่านี้ มีปัญหาด้านการประสานงานข้อมูลระหว่างระบบคำถามที่พบบ่อย (FAQ) ภายในองค์กร ซึ่งใช้สำหรับงานการให้ข้อมูลตอบคำถามของผู้ปฏิบัติงาน และบริษัทภายนอก (Outsourced company) ที่รับผิดชอบศูนย์บริการลูกค้า ส่งผลให้การประสานงานไม่ราบรื่นและคุณภาพการตอบคำถามขาดมาตรฐานที่เป็นหนึ่งเดียว นอกจากนี้ ยังขาดอิสระในการค้นหาข้อมูลของระบบคำถามที่พบบ่อย (FAQ) ภายในองค์กร ทำให้ผู้ปฏิบัติงานเข้าถึงความรู้ของ FAQ ได้ยาก เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว TechMatrix ได้แนะนำ “FastAnswer” ซึ่งเป็นระบบจัดการความรู้และคำถามที่พบบ่อย (FAQ) มาใช้ในปี 2013 และในปี 2020 ได้อัปเกรดเป็น “FastAnswer


ภาพก่อนและหลังใช้งาน FastAnswer

กรณีศึกษาการนำ FastAnswer มาใช้งานในศูนย์บริการลูกค้า

ด้วยการนำ FastAnswer มาใช้ทำให้สามารถจัดการความรู้คำถามที่พบบ่อย (FAQ) ที่จำเป็นสำหรับการตอบคำถามได้จากส่วนกลาง และผู้ปฏิบัติงานทุกคนสามารถเข้าถึงความรู้คำถามที่พบบ่อย (FAQ) ที่จำเป็นได้ทันที ทำให้ได้มาตรฐานคุณภาพการตอบสนองสำหรับทั้งบริษัท รวมถึงศูนย์บริการลูกค้าที่จ้างเหมา (The outsourced contact center)

นอกจากนี้ ด้วยการทำให้การเชื่อมโยงข้อมูลง่ายขึ้น ทำให้สามารถลดความผิดพลาดของข้อมูล ซึ่งเป็นความเสี่ยงทางธุรกิจที่สำคัญได้

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการของ บริษัทนี้ โปรดคลิกที่นี่

กรณีศึกษาบริษัทผู้ให้บริการหลักสูตรการเรียนทางไกลและขายสินค้าทางไปรษณีย์

กรศึกษาศูนย์บริการลูกค้าของสหพันธ์สหกรณ์ช่วยเหลือซึ่งกันและกันของญี่ปุ่น (Japan Co-op Mutual Aid Co-operative Federation)

ศูนย์บริการลูกค้าของสหพันธ์สหกรณ์ช่วยเหลือซึ่งกันและกันของญี่ปุ่น เริ่มดำเนินการในปี 2004 โดยการยุติการใช้งานผู้รับเหมาทั้งหมดที่แต่ละสหกรณ์ฯ รับผิดชอบ เพื่อลดต้นทุนและปรับปรุงบริการสำหรับสหกรณ์โดยรวม

ในเวลานั้น มากกว่า 80% ของจำนวนการดูแลลูกค้าเป็นการตอบสนองต่อหมายเลขโทรฟรีของสหกรณ์สมาชิก และจำนวนการตอบสนองบางครั้งมากกว่า 2 ล้านครั้งต่อปี ในปี 2018 ทางสหกรณ์ฯ ได้เปิดตัวบริการเอไอแชทบอท โดยใช้ LINE Chat เชื่อมโยงกับ “FastHelp” ระบบ CRM สำหรับศูนย์บริการลูกค้า ด้วยความปรารถนาที่จะปรับปรุงความถูกต้องในการตอบสนองต่อคำถามบนเว็บและ LINE เพื่อลดจำนวนสายเรียกเข้าจากช่องทางการโทร

ภาพการดูแลลูกค้าโดยการใช้ FastHelp และ Line chat

Blog Article Images - update 2.png

บริการแชทบอท AI ใช้งานง่าย เพราะหน้าจอในการนำเข้าข้อมูลคล้ายกับ UI หน้าจอของ LINE และประวัติการติดต่อสามารถคงได้ตามเดิม ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาการจัดการข้อมูลแบบรวมสู่ศูนย์กลาง ด้วยการขยายช่องทางการติดต่อสื่อสาร จึงสามารถให้การสนับสนุนลูกค้าได้สะดวกยิ่งขึ้น

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการของสหพันธ์สหกรณ์ช่วยเหลือซึ่งกันและกันของญี่ปุ่น โปรดคลิกที่นี่

Case Studay สหพันธ์สหกรณ์ช่วยเหลือซึ่งกันและกันของญี่ปุ่น

ชื่อมโยงกับระบบ CRM ของคุณเพื่อทำให้คำถามที่พบบ่อย (FAQ) และ Chatbot สะดวกยิ่งขึ้น

การเพิ่มอัตราการแก้ไขปัญหาด้วยตนเองของลูกค้าจะช่วยเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้าและปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานของศูนย์บริการลูกค้า เพื่อเพิ่มอัตราการแก้ไขปัญหาด้วยตนเองขอแนะนำให้ปรับปรุงอัตราการแก้ไขปัญหาด้วยตนเองโดยการรวมประวัติการสอบถามที่ผ่านมาซึ่งสะสมอยู่ในระบบ CRM สำหรับศูนย์บริการลูกค้าเข้ากับคำถามที่พบบ่อย (FAQ) และ Chatbot

FastAnswer ของ TechMatrix ช่วยให้การสร้าง ค้นหา และจัดการคำถามที่พบบ่อย (FAQ) และจัดการความรู้ง่ายขึ้น และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ “คำถามที่ถามบ่อย (FAQ)” ที่สามารถใช้ Chatbot เนื่องจากสามารถเชื่อมโยงกับ “FastHelp” ระบบ CRM สำหรับศูนย์บริการลูกค้าได้ จึงมีประโยชน์ในการรวมข้อมูลสู่ศูนย์กลางเพื่อเพิ่มอัตราการแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง

FastHelp” คือระบบ CRM สำหรับศูนย์บริการลูกค้าที่ตระหนักถึงการจัดการศูนย์บริการลูกค้าและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และ “FastAnswer” คือ ระบบจัดการความรู้คำถามที่พบบ่อย (FAQ) ที่สนับสนุนประสิทธิภาพการดำเนินงานของการสร้างคำถามที่พบบ่อย (FAQ)

สรุป

  • การแก้ไขปัญหาด้วยตนเองในศูนย์บริการลูกค้าและการสนับสนุนลูกค้า หมายถึง ลูกค้าทำการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง เช่น ฟังก์ชันและการใช้งานของผลิตภัณฑ์และบริการ คำถามระหว่างการใช้งาน และปัญหาต่าง ๆ
  • การเพิ่มอัตราการแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง มีประโยชน์ เช่น การปรับปรุงความพึงพอใจของลูกค้าและลดภาระงานที่ศูนย์บริการลูกค้า จุดสำคัญในการเพิ่มอัตราการแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง ได้แก่ “การสร้างและปรับปรุงคำถามที่พบบบ่อย (FAQ)” “การนำ Chatbot มาใช้” “การรวมเนื้อหาของคำตอบสำหรับคำถามที่พบบ่อย (FAQ) กับจุดติดต่อกับลูกค้า” และ “การปรับปรุงเส้นทางของเว็บไซต์”
  • เพื่อเพิ่มอัตราการแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง ขอแนะนำใช้งาน “FastAnswer” ระบบจัดการความรู้คำถามที่พบบ่อย (FAQ) ที่สามารถเชื่อมโยงกับ “FastHelp” ระบบ CRM สำหรับศูนย์บริการลูกค้าและระบบสร้าง Chatbot

Enter more

แชร์บทความนี้

แชร์ทางอีเมล
คัดลอก URL
แชร์ผ่าน LINE
แชร์บน Facebook
แชร์บน X
ดูรายการ

บทความยอดนิยม

Omnichannel คืออะไร? ความหมายและกรณีศึกษาการใช้งานในศูนย์บริการลูกค้า
Omnichannel คืออะไร? ความหมายและกรณีศึกษาการใช้งานในศูนย์บริการลูกค้า
ความรู้
วันที่อัปเดต: 2025/5/9
จะลดจำนวนการติดต่อสอบถามได้อย่างไร? การเตรียมการที่จำเป็น, จุดสำคัญในการปรับปรุงธุรกิจ และกรณีศึกษาที่ประสบความสำเร็จ
จะลดจำนวนการติดต่อสอบถามได้อย่างไร? การเตรียมการที่จำเป็น, จุดสำคัญในการปรับปรุงธุรกิจ และกรณีศึกษาที่ประสบความสำเร็จ
ความรู้
วันที่อัปเดต: 2025/4/21
AI Agent คืออะไร? แตกต่างจาก Generative AI และสนับสนุนธุรกิจได้อย่างไร
AI Agent คืออะไร? แตกต่างจาก Generative AI และสนับสนุนธุรกิจได้อย่างไร
ความรู้
วันที่อัปเดต: 2025/3/20

บทความยอดนิยม

Omnichannel คืออะไร? ความหมายและกรณีศึกษาการใช้งานในศูนย์บริการลูกค้า
Omnichannel คืออะไร? ความหมายและกรณีศึกษาการใช้งานในศูนย์บริการลูกค้า
ความรู้
วันที่อัปเดต: 2025/5/9
จะลดจำนวนการติดต่อสอบถามได้อย่างไร? การเตรียมการที่จำเป็น, จุดสำคัญในการปรับปรุงธุรกิจ และกรณีศึกษาที่ประสบความสำเร็จ
จะลดจำนวนการติดต่อสอบถามได้อย่างไร? การเตรียมการที่จำเป็น, จุดสำคัญในการปรับปรุงธุรกิจ และกรณีศึกษาที่ประสบความสำเร็จ
ความรู้
วันที่อัปเดต: 2025/4/21
AI Agent คืออะไร? แตกต่างจาก Generative AI และสนับสนุนธุรกิจได้อย่างไร
AI Agent คืออะไร? แตกต่างจาก Generative AI และสนับสนุนธุรกิจได้อย่างไร
ความรู้
วันที่อัปเดต: 2025/3/20

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

FastHelp
FastHelp
ระบบ CRM สำหรับศูนย์บริการลูกค้า
FastAnswer
FastAnswer
ระบบจัดการความรู้คำถามที่พบบ่อย (FAQ Knowledge Systems)
FastGenie
FastGenie
ฟังก์ชัน Generative AI

เอกสาร White Paper

ตั้งแต่การแก้ไขปัญหาการดำเนินงานของศูนย์บริการลูกค้า ไปจนถึงคำแนะนำในการเลือกใช้ระบบ CRM และ FAQ รวมถึงกรณีศึกษาการใช้ FastSeries เราได้รวบรวมเคล็ดลับสำคัญเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาของบริษัทคุณ และจัดทำเป็นทรัพยากรที่มีประโยชน์

สำหรับผู้ที่กำลังตัดสินใจเลือกใช้งาน FastSeries

ทุกไอเดีย ทุกคำถาม “ระบบทำได้ไหม?” ปรึกษาเราได้เลย

รูปภาพ CTA